2008/Apr/02

อาหารหลักของบ้านดิชั้นคืออาหารไทยค่ะ คือคุณชายสามีเนี่ย ก็มีดีอยู่อย่างค่ะ (มันต้องมีดีซักเรื่องสิน่า ไม่งั้นก็เป็นดิชั้นซีคะที่หน้าโง่ มีนเอามันมาทำสามี) อีคุณชายยุ่งเนี่ยไม่เรื่องมากเรื่องกินค่ะ ที่สำคัญชอบอาหารไทยเป็นชีวิตจิตใจ (จริงๆแล้วอาหารไทยอร่อยตะหาก แล้วมนุษย์ที่ผ่านการกินอาหารกระป๋อง แฮมเบอร์เกอร์ อาหารแdกด่วนทั้งหลายแหล่มาอย่างโชกโชน อย่างผัว เอ๊ย สามีดิชั้นมาเจออาหารเตรียมสดๆ ใหม่ๆ ย่อมต้องติดใจเป็นธรรมดา) แรกๆตอนยังข้าวใหม่ปลามันเนี่ยก็เคยช่วยกันทำค่ะ แต่อีคุณชายเนี่ยมันเป็นโรคจิตค่ะ คือจะทำอะไรทีทุกอย่างต้องเนี้ยบ ให้มันสับกระเทียมสามกลีบล่อไปเกือบครึ่งชม.ค่ะ เพราะมันต้องการสับกระเทียมให้มีขนาดเท่าๆกัน มองพี่เค้าทำอยู่พักนึงจนอดรนทนไม่ไหวค่ะ ถามพี่เค้าว่า ไม่เอาไม้บรรทัดมาวัดเลยล่ะ แล้วจะกินเย็นนี้นะไม่ได้กินชาติหน้า สรุปว่าเราแบ่งหน้าที่กันค่ะ เป็นดิชั้นทำกับข้าว ส่วนอีคุณชายเก็บล้างภาชนะหุงต้ม โดยมีเงื่อนไขว่าเราสามารถช่วยเหลือกันเล็กๆน้อยๆได้......

แรกๆก็โอเคค่ะ หลังๆสามีเริ่มชอบโทรศัพท์เวลาดิชั้นเริ่มทำกับข้าว ปล่อยให้ดิชั้นวิ่งเป็นลิงลมอยู่คนเดียว อดทนค่ะ ไม่ว่าอะไร (มีกระแทกถ้วยชามหม้อไหเล็กน้อย แต่ไม่ว่าอะไรค่ะ) ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ไม่ช่วยค่ะ แต่อยู่ที่ทำเสร็จแล้วไม่ยอมวาง ปล่อยอาหารดิชั้นเป็นหม้าย อันนี้ยอมไม่ได้ค่ะ  เพราะทำก็เพื่อจะให้กินร้อนๆ คุณชายเคยบอกว่าเธอกินไปก่อนก็ได้ บ้านชั้นก็ต่างคนต่างกิน ดิชั้นเลยวี้ดปรี๊ดแตกค่ะออกงิ้ว ฟ้อนเล็บว่านั่นมันเรื่องของบ้านเมิง แต่นี่มันบ้านเราและบ้านกุต้องกินพร้อมกันหรือไม่ก็ต่างคนต่างทำและต่างคนต่างกิน แล้วถ้าโทรช้าไปหนึ่งชม.โคตรเหง้าสักหลาดเมิงจะย้ายบ้านหนีให้มันรู้ไป ก็เป็นอันว่าผัวสุดที่รักเลิกโทรศัพท์ค่ะ...

หมดจากเรื่องโทรศัพท์ก็หันมาเล่นเกมส์ออนไลน์ค่ะ นี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกเหมือนกัน ก็แหม ดิชั้นก็ไม่ได้เป็นโรคจิตนะคะ จะได้จ้องจับผิดพี่เค้าได้ทุกเรื่อง ที่สำคัญมันเป็นผอสระอัวค่ะ มิใช่ลูกชายดิชั้นคนโต เล่นเกมส์มาพักนึง ปล่อยให้อีนังเมียวิ่งล่กอยู่คนเดียวไม่ปริปาก แล้วในที่สุดพระศุกร์พระเสาร์ก็เข้าแทรกอียุ่งค่ะ บังเอิญเป็นวันที่ดิชั้นคิดทำเมนูสุดพิเศษที่ไม่ได้ทำมานานแสนนานเพราะขี้เกียจตำข้าวคั่ว ดิชั้นทำลาบหมูกับปลานึ่งมะนาวค่ะ ก่อนทำก็เกริ่นไว้ก่อนว่าอาจจะต้องการความช่วยเหลือนะเพราะวันนี้เตรียมเคื่องเยอะ อีคุณผัวตัวดีก็ทำหน้าเหม็นถุงเท้าตัวเองนิดหน่อยค่ะ แล้วก็เดินนวยนาดไปนั่งเล่นเกมส์ เริ่มฉุนนิดหน่อยค่ะ แต่เก็บไว้ไม่พูด ทำไปซักพักข้าวคั่วร้อนแล้ว ถามคุณชายว่าเธอว่างมั้ย ช่วยชั้นตำข้าวคั่วได้มั้ย ชั้นจะได้ไปทำอย่างอื่นไม่เสียเวลา สามีสุดที่เลิฟตอบกลับมาหน้าตาเฉยค่ะว่าไม่ว่างจะว่างอีกประมาณสิบนาที แล้วหันกลับไปเล่นเกมส์ต่อ...

อดทนต่อไปค่ะ แต่เริ่มเดือดปุดๆแล้วค่ะ เอาความโกรธไปลงข้าวคั่ว ตำซะครกแทบแตกเป็นสองเสี่ยง เปี้ยงๆ ป้างๆอยู่พักนึง อีสามรตัวดีเริ่มรู้ตัวค่ะ ถามเสียงเครียดๆเธอเป็นอะไร เป็นโรคอะไร รอไม่ได้ นี่มันเกมส์ออนไลน์นะ ถ้าชั้นหยุดเล่น ทุกคนต้องหยุดหมดมันเสียมารยาท ดิชั้นยังเย็นต่อค่ะแต่เย็นยะเยือก หันไปถามว่าแล้วไอ้พวกที่เล่นเกมส์ออนไลน์มันเป็นญาติฝ่ายไหนของเธอ อีคุณชายหันมาแว้ดค่ะ ว่าจะเอายังไงชั้นโทรศัพท์เธอก็มีปัญหา ชั้นเล่นเกมส์เธอก็ด่าตกลงจะให้ชั้นทำอะไร สะกดอารมณ์เต็มที่ค่ะ บอกคุณสามีว่ากรุณาหุบปาก เพราะชั้นยังไม่พร้อมจะฟังอะไร

อาหารเสร็จเรียบร้อย ยกมาตั้งโต๊ะค่ะ ลาบและปลานึ่งมะนาวร้อนๆน่ากินเป็นที่สุด ระหว่างนั่งค่ะก็มีเรื่องอีกจนได้ คืออียุ่งมันแอบถีบดิชั้นใต้โต๊ะค่ะ ตั้งใจรึเปล่าไม่รู้ แต่มันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ค่ะ ดิชั้นเลยเขยิบหนี แต่อีนี่วอนซะแล้วค่ะ มองหน้าดิชั้นแบบจะเขมือบหัว ไม่ขอโทษซักคำ แล้วหญิงไทยอุปนิสัยกวทีนอย่างดิชั้นจะปล่อยให้มันลอยนวลเหรอคะ ดิชั้นก็ลากเก้าอี้ไปนั่งอีกมุมหนึ่ง แล้วลอยหน้าลอยตากิน อีคุณชายสติแตกค่ะ ลุกเด้งดึ๋งเหมือนโดนเหล็กแหลมแทงตุดขึ้นจากเก้าอี้ ทำหน้าเขียวๆเสียงเขียวไบอกดิชั้ยว่าไปกินที่อื่นเลยไป ดิชั้นลอยหน้าลอยตาตอบไปว่า ไม่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ เพราะดิชั้นเป็นคนทำ ไม่ทันขาดคำพี่เค้าโยนช้อนโครม แล้วบอกว่า งั้นชั้นไปเองแล้วอย่ามาโวยวายว่าชั้นไม่กินกับข้าวเธอนะ........

โอ้โห พระคุณท่วมหัวกุเลยมั้ยคะเนี่ย ทำให้รับประทานแล้วกุต้องอ้อนวอนให้ตักเข้าปากอีกเหรอ ตายกันไปข้างแน่ๆค่ะ แต่คราวนี้แปลกค่ะ เย็นเป็นสายน้ำแข็ง องค์ไม่ลง เจ้าไม่เข้า ไม่โวยวายใดๆทั้งสิ้น ฉวยได้หม้อปลานึ่งมะนาวก็โยนลงขยะทั้งปลาทั้งหม้อ ตามติดด้วยจสนลาบและจานข้าว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของอีสามีตัวแสบ คุณชายยืนหน้าซีดอยู่พักนึงค่ะ จะเดินเข้ามาห้าม (สติช้าเหลือเกินนะยะ ไปแอ้งแม้งในขยะหมดแล้ว) คือสามีดิชั้นเป็นโรคจิตค่ะ คือถ้าอีนังเมียไม่แปลงร่างเป็นอีนังมารเนี่ยมันจะดีไม่ได้ค่ะ พอเห็นดิชั้นบ้าพี่เค้าถึงจะสงบค่ะ เดินเข้ามาจับไหล่ ถามเธอๆ เป็นอะไร ทำไทโกรธขนาดนี้ ไปนั่งพูดกันดีๆนะ ชั้นทำไม่ดีตรงไหน เธอไม่ชอบอะไร ไปพูดกันให้เข้าใจดีกว่า (Hอกเอ๊ย ถ้าพูดอย่างนี้ห้านาทีที่แล้ว ก็คงนั่งกินอร่อยเฉิบกันไปแล้ว) แต่พายุในใจดิชั้นยังไม่สงบค่ะ บอกคุณชายว่าไม่พูดอะไรทั้งนั้น ชั้นจะเข้าห้องไปอ่านหนังสือ ก่อนปิดประตูมีทิ้งทวนค่ะ บอกคุณชายว่าถ้าไม่อยากจะกินกับข้าวชั้นต่อไปนี้ต่างคนต่างกิน แต่ถ้ายังอยากกินด้วยกัน ให้ผลัดกันทำคนละอาทิตย์ แต่ชั้นไม่กินอาหารกระป๋อง ไม่กินอาหารแช่แข็ง เตรียมให้ชั้นกินทุกวันเหมือนที่ชั้นทำให้เธอกิน ห้าวันไม่ให้ซ้ำกันเลย...

อ่านหนังสือไปซักพักได้ยินเสียงเก็บจานเก็บหม้อขึ้นมาล้าง ดิชั้นก็เริ่มน้ำตาแตกค่ะ ไม่ได้น้อยใจสามีค่ะ แต่เสียดายลาบ วันนี้ชิมแล้วปรุงอร่อยด้วย ที่สำคัญรู้สึกบาปก๊ำ บาปกรรมค่ะ เกิดมาไม่ชอบทิ้งข้าวของ โดยเฉพาะข้าวนี่ทิ้งแล้วเศร้ามาก นั่งร้องไห้อยู่พักนึงสามีตัวดีก็เดินเข้ามาค่ะ หน้าพี่เค้าซีดเหมือนไก่เผือกโดนเชือดตายน่ะค่ะ สามีบอกชั้นขอโทษนะ ชั้นนิสัยไม่ดีเองอะ จริงๆแล้วเธอพูดถูกนะ ทำกับข้าวไม่ได้ง่ายเลย ตะกี๊ชั้นนั่งคิดตามที่เธอพูด อย่าว่าแต่ห้าวันเลย สองวันชั้นก็ไม่รู้จะทำอะไรให้เรากินได้ดีเหมือนที่เธอทำ ชั้นนิสัยไม่ดีเลยนะทำเธอร้องไห้อีกแล้ว จะบอกว่ากุร้องเพราะเสียดายลาบก็ดูจะเป็นผู้หญิงเห็นแก่กินค่ะ ได้ทีเลยร้อยเล่มเกวียนเอาความดีต่อ บอกคุณชายว่าก็ชั้นอยากให้เธอกินดีๆอะ ชั้นถึงเตรียมสดๆทุกวัน ถึงจะดูยุ่งยากแต่ดีต่อสุขภาพ แล้วเธอก็ก็บอกชั้นเองว่าเธอกินแฮมเบอร์เกอร์ไม่ได้แล้ว เพราะมันไม่ย่อย กินทีก็ตดเหม็นฉึ่งทั่วบ้าน แถมท้องอืด ท้องเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยวไปเป็นอาทิตย์ (อีนี่มันลืมท้องนาอะค่ะ) แล้วชั้นไม่ได้มีปัญหาไม่ว่าเธอจะเล่นเกมส์หรือโทรศัพท์แต่ปัญหาคือเธอไม่คิดว่าอันไหนสำคัญไม่คัญตะหาก...

สรุปก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง เย็นนั้นเลยไปลงเอยที่มาม่า ให้บทเรียนสามีและตนเองว่ามันรู้สึกแย่แค่ไหนที่ทิ้งข้าวของ ไม่กล้าทำอีกแล้วค่า ยังรู้สึกพิด รู้สึกผิดมาจนถึงวันนี้ เฮ้อ...

 


edit @ 8 Apr 2008 20:58:00 by *~Fee~*

2008/Mar/17

วันนี้โทรศัพท์ไปหาลูกค้าค่ะ เพราะลูกค้าสั่งสินค้าห้าพันชิ้น ในใบประเมินราคาที่เราส่งไปให้ก็จะมีราคารวมห้าพันชิ้น และราคาต่อพันชิ้น แต่ลูกค้าท่านนี้อาศัยลูกเนียนหรือลูกแกล้งโง่ไม่ทราบค่ะ เซ็นกลับมาห้าพันชิ้นแต่ระบุราคาพันชิ้น...โทรกลับหาลูกค้า...รีเซปชั่นยุคสงคราวเวียดนามมารับสาย....

ฉัน : สวัสดีค่ะ ขอสายโจอานค่ะ

ป้ารีเซปชั่น : โจเอล ติดสายไม่ว่าง

ฉัน : (กุหูฝาดเปล่าวะ ได้ยินเป็นโจเอล) เอ่อ งั้น ขอฝากข้อความให้โจอานได้มั้ยคะ (พยายาม เน้น โจอาน)

ป้ารีเซปชั่น : โจนาธานก็ไม่ได้เข้าวันนี้ จะฝากข้อความไว้มั้ย

ฉัน : (งง ม้ากกกกกกกกค่ะ ทำอะไรไม่ถูกแล้ว เสียเซลฟ์ไปกว่า 80% กับแอคเซนท์ตัวเอง) เอ่อ ก็ได้ค่ะ งั้นขอฝากข้อความไว้ให้โจอาน (ย้ำอีกที ความหวังสุดท้ายแล้วกุ)

ป้ารีเซปชั่น : ชื่ออาราย เบอร์อะไร ว่ามา

ฉัน : ชื่อ เอ่อ เจนค่ะ จากบริษัท.....เบอร์......

ป้ารีเซปชั่น : โอเค เจเรมี่นะ แล้วจะให้โจนาธาน โทรกลับ .....ตู๊ดๆๆๆๆๆ

ฉัน : นั่งเสียเซลฟ์ไปอีกสามนาที คิดหนักค่ะว่าจะกลับไปทำมาหากินที่เมืองไทยจะก้าวหน้ากว่ามั้ย คิดแล้วก็เศร้าค่ะ เศร้าแทนอีโจนาธานกะอีเจมี่ที่ชาตินี้มันคงไม่ได้คุยกัน ตอนกลางวันคุณสามีตัวดีมารับไปกินข้าว เล่าให้คุณชายฟัง คุณสามีไมทำอะไรเลยค่ะ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างเดียว ถามคุณชายค่ะว่าขำอะไรนักหนา คุณชายตอบมาทำตาซึ้งๆ แปลเป็นไทยได้ว่า ที่ร้ากจ๋าอย่าเสียเซลฟ์ไปเลยนะ ก็ป้าเค้าไม่ได้รู้จักเธอ เค้าไม่ได้รักเธอ เค้าเลยหูเพี้ยนฟังสำเนียงเธอไม่เข้าใจ...

โอ้วแม่เจ้า มองหน้าสามีอยากจะถามใจจะขาดว่าเมิงไปทำอะไรม้า ถูกหวยรางวัลที่สองหรืออย่างไรทำไมตอบได้น่ารักอย่างนี้ ดีนะ ต้องกลับไปทำงานต่อ ไม่งั้นได้มีอีตัวน่อย น่อย หัวปีท้ายปี เผลอๆแฝดสามแฝดสี่แน่ๆ ...กึ๋ยๆ

 

2008/Mar/05

จริงๆแล้วมีแผนการว่าจะกลับไปตัดแว่นที่เมืองไทยค่ะ เพราะเห็นราคาแว่นที่นี่แล้วทำใจไม่ด๊ายยยย ประมาณว่าตัดที่นี่คู่นึง ไปตัดที่เมืองไทยได้อย่างน้อยๆสามคู่ แต่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ....แว่นฉีก  งง มั้ยคะ ว่ามันฉีกได้ยังไง ดิชั้น ง้ง งงค่ะ แต่มันฉีกไปแล้วตรงจมูก อีคุณผัว เอ๊ย สามีตัวดีมันเลยได้ทีค่ะ มันบอกว่าสงสัยแว่นเธอจะโกรธแล้วปลิดชีพตัวเอง เพราะวันที่เธอโมโหชั้นเธอกระแทกมันซะไม่มีดี ถ้าแว่นเป็นเด็กป่านนี้มันปัญญาอ่อนไปแล้ว ฮึ่ม...ปากดีนัก แต่ไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำค่ะ เพราะมัวแต่โศกเศร้ากับการจากไปของแว่นคู่ใจ..

สรุปยังไงก็ต้องทำแว่นใหม่ค่ะ เพราะมันเกินเยียวยา แต่ทำแว่นที่นี่ใช่ว่าจะง่ายๆแบบท็อปเจริญเมืองไทยนะคะ ไม่มีแบบวัดสายตาประกอบแว่นเบ็ดเสร็จ 3 ชม.มารับนะเคอะ อย่างนี้ ไม่มี้ ไม่มีค่ะ อันดับแรกต้องรอจักษุแพทย์ท่านว่างก่อนเพื่อจะทำการวัดสายตา กว่าจะได้คิวก็รอไปซิคะ ประมาณหนึ่งอาทิตย์ค่ะ อยู่ต่างบ้านต่างเมืองต้องอาศัยความอดทนเป็นเริ่ดค่ะ ไม่สบายจะตาย ha อยู่มะรอมมะร่อก็ต้องรอคิว ที่สำคัญกรอบแว่นไม่มีหรอกนะคะราคามิตรภาพอะ ไม่มีกรอบเอื้ออาทร ค่าตัดแว่นรวมค่าหมอ ค่าเลนส์ ทั้งหมดแล้วอย่างถูกๆก็ 350 เหรียญอัพค่ะ (ตกประมาณ หนึ่งหมื่นบาทไทย) พอวัดสายตาเสร็จ ต้องรอท่านๆทั้งหลายเอาไปตัดเลนส์อีกอย่างน้อยๆสามสี่วันถึงจะได้ ระหว่างรอแว่นก็โดนอีคุณสามีตัวดีมันยั่งประสาททุกวันค่ะ มันบอกโมโหมันคราวหน้าให้ไปเอาแว่นเก่ามาใส่ก่อนกระแทก เพราะแว่นใหม่ราคา 550 ถ้าเจ๊งอีกคราวหน้าไม่มีประกันมันแล้วนะ

หลังจากโดนจิกกัดมาเกือบหนึ่งอาทิตย์ ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึงค่ะ สาวร้านแว่นโทรศัพท์มาบอกว่าแว่นได้แล้วนะ ดีใจเป็นล้นพ้นค่ะ ไม่งั้นจะหยิบจะจับแว่นทีต้องถนอมยังกะลูกในไส้กลัวมันจะอึดไม่ถึงวันได้แว่นใหม่ เลกงานก็รีบไปเอาค่ะอีคุณผัวตัวยุ่งตามไปด้วย อารามดีใจค่ะ ไม่ได้ลองให้ถ้วนถี่ ผลก็คือมันชอบตกลงมาอยู่เรื่อยๆ สามีที่แซ้นจะดีมาช่วยดูค่ะ มันคงรำคาญที่ดิชั้นดันแว่นอยู่เรื่อยๆ สามีบอกไหนดูซิว่ามันหลวมไปมั้ยขอดูหน่อยว่ามันขาดตกบกพร่องตรงไหนจะได้ไปบอกที่ร้านเค้าถูก หลังจากพินิจพิจารณาอยู่สามนาที สามีตัวดีก็ได้ข้อสรุปค่ะ พี่เค้าบอกว่า เธอๆ ชั้นว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่แว่นอะ แต่มันอยู่ที่จมูกเธอ แว่นมันจะทรงตัวอยู่ได้ยังไงบนจมูกที่ไร้ดั้ง  อึ่งค่ะ ใบ้แ-กไปสองนาที ตั้งแต่แม่คลอดมามีมันคนแรกว่าชั้นไร้ดั้ง ปากดีขนาดนี้ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่เป็นสามีภรรยากันต่อไป ว่าจะเอาเชลด์ท็อกซ์ผสมข้าวให้มันกิน มันก็ไม่ยอมเพิ่มเงินประกันซักที ทำอะไรไม่ได้ค่ะ นอกจากไปงัดรูปเก่าๆมาดูเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ว่าดั้งชั้นไม่ได้ยุบสลายไปตามกาลเวลา ส่วนเย็นนั้น เพื่อตอบสนองความปากดีของมัน อิชั้นเลยกบฎค่ะไม่ทำกับข้าวกับปลาเลี้ยงปากเสียๆของอีคุญสามีตัวดี พี่เค้าเลยต้องไปหาอาหารประป๋องกินตามยถากรรมเป็นที่น่าอนาจยิ่ง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

ปล.ที่หายไปเพราะกลับไประลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังใช้อินเตอร์เนทแบบโทรศัพท์ค่ะ เคยพยายามจะอัพหลายทีแต่แล้วก็ถอดใจ เพราะเทคโนโลยีไม่อำนวยค่ะ ในที่สุดคุณสามีก็ตัดสินใจติดไฮสปีดค่ะ เปล่าค่า ไม่ได้ติดเพราะนังเมียมันเรียกร้องค่ะ พี่เค้าติดเพราะเข้าไปบิดการ์กฮ็อกกี้ในอีเบย์แข่งกะชาวบ้านเค้าไม่ทัน - ฮ่วยย!!!!