เอ่อ ฮัลโหล เทสท์ หนึ่ง สอง สาม... แหม เขินจังเลยค่ะ รู้สึกว่าร้างห่างวงการไปนาน หลังจากแต่งงานแต่งการไปเนี่ยค่ะ อย่าค่ะ กรุณา อย่าคิดกันนะคะ ว่าหายไปละเลียดน้ำผึ้งพระจันทร์ ไม่มี้ ไม่มีค่ะ มีแต่น้ำผึ้งขม ขมมันตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งนั่นล่ะค่า
ก่อนจะเริ่มยุทธการนินทาซะมีกันเนี่ย ก็ขอสรุปสถานการณ์บ้านเมืองคร่าวๆก่อนนะคะ ว่าไปไงมาไง อิชั้น สาวน้อยแสนงาม งามเหมือนผ่านสงครามเวียดนามมาแล้วสามหนถึงได้จับผู้ชายเด็กกว่าสองปีได้ ว้ายยย ไม่ใช่ค่า ไม่ใช่ค่า แหม เรื่องประจานตัวเองเนี่ย ดิชั้นเป็นเลิศจริงๆค่ะ หลังจากประกาศแต่งงานตู้มแล้วหายไป ไม่ได้หนีคลอด ไม่ได้โดนอีคุณสามีตัวดีตัวร้ายจ้วงแทงแล้วฆ่าหมกป่าสนเพราะปากดีเกินเหตุนะคะ แต่หายไปเพราะภาระล้วนๆค่ะ ทั้งหางาน ได้งาน ทำงาน ย้ายบ้าน เตรียมงานแต่งที่หวิดๆจะล้มก็หลายที จนในที่สุดก็ได้ฤกษ์ในวันที่เจ็ด เดือนเจ็ด ปีสองพันเจ็ด ตามคำสั่งคุณนายแม่ของอิชั้นเองนะคะ คุณนายบัญชามาค่ะว่าต้องวันนี้เท่านั้น ประมาณว่าถ้าได้ฤกษ์ดีๆ จะได้นำพาชีวิตคู่ของลูกสาวคนเดียวให้ไปได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่...สี่เดือนผ่านไป...วันเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า ฤกษ์แต่งงานนั้นเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น ถ้าคนมันจะอยากมีเรื่อง (ไม่แนะนำนะคะ ใครยังไม่ได้แต่งงาน หรือใครใกล้ๆจะแต่งงานมาอ่านบล็อกนี้ เพราะอาจจะเป็นสาเหตุให้ประชากรโลกลดลงได้นะคะ)
วันนี้มาเกริ่นคร่าวๆค่ะ มาเพื่อจะบอกว่าการแต่งงานไม่ใช่จุดจบของนิทานเจ้าชายเจ้าหญิงนะคะ แต่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวมากมายมากกว่าค่ะ แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังคราวหน้านะคะ บี๊ บีค่ะ ปล.วันนี้เป็นวันมหาประลัยอะไรก็ไม่รู้ค่ะ ทำอะไรก็ไม่ขึ้น ลูกค้าโทรมาฝากข้อความให้โทรกลับค่ะ พอโทรกลับไปสามตื๊ดลูกค้าไม่รับ จะวางอยู่แล้วลูกค้ารับตื๊ดที่สี่ ได้ยินเสียงร้องไห้ระงมอยู่รอบๆ แนะนำตัวค่ะ ว่าโทรมาจากไหนมีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ ลูกค้าตอบกลับมาด้วยเสียงขัดใจมากลูกค้าตอบมาแปลเป็นไทยได้ว่า "กรูอยู่บนแอมบูแลนซ์ กรูได้รับอุบัติเหตุประมาณครึ่งชม.ที่ผ่านมา ถ้ากรูไม่ตายจะติดต่อกลับไป...ตู๊ดดด" ....