2007/Nov/28

เอ่อ ฮัลโหล เทสท์ หนึ่ง สอง สาม... แหม เขินจังเลยค่ะ รู้สึกว่าร้างห่างวงการไปนาน หลังจากแต่งงานแต่งการไปเนี่ยค่ะ  อย่าค่ะ กรุณา อย่าคิดกันนะคะ ว่าหายไปละเลียดน้ำผึ้งพระจันทร์ ไม่มี้ ไม่มีค่ะ มีแต่น้ำผึ้งขม ขมมันตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งนั่นล่ะค่า

ก่อนจะเริ่มยุทธการนินทาซะมีกันเนี่ย ก็ขอสรุปสถานการณ์บ้านเมืองคร่าวๆก่อนนะคะ ว่าไปไงมาไง อิชั้น สาวน้อยแสนงาม งามเหมือนผ่านสงครามเวียดนามมาแล้วสามหนถึงได้จับผู้ชายเด็กกว่าสองปีได้ ว้ายยย ไม่ใช่ค่า ไม่ใช่ค่า แหม เรื่องประจานตัวเองเนี่ย ดิชั้นเป็นเลิศจริงๆค่ะ หลังจากประกาศแต่งงานตู้มแล้วหายไป ไม่ได้หนีคลอด ไม่ได้โดนอีคุณสามีตัวดีตัวร้ายจ้วงแทงแล้วฆ่าหมกป่าสนเพราะปากดีเกินเหตุนะคะ แต่หายไปเพราะภาระล้วนๆค่ะ ทั้งหางาน ได้งาน ทำงาน ย้ายบ้าน เตรียมงานแต่งที่หวิดๆจะล้มก็หลายที จนในที่สุดก็ได้ฤกษ์ในวันที่เจ็ด เดือนเจ็ด ปีสองพันเจ็ด ตามคำสั่งคุณนายแม่ของอิชั้นเองนะคะ คุณนายบัญชามาค่ะว่าต้องวันนี้เท่านั้น ประมาณว่าถ้าได้ฤกษ์ดีๆ จะได้นำพาชีวิตคู่ของลูกสาวคนเดียวให้ไปได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่...สี่เดือนผ่านไป...วันเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า ฤกษ์แต่งงานนั้นเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น ถ้าคนมันจะอยากมีเรื่อง (ไม่แนะนำนะคะ ใครยังไม่ได้แต่งงาน หรือใครใกล้ๆจะแต่งงานมาอ่านบล็อกนี้ เพราะอาจจะเป็นสาเหตุให้ประชากรโลกลดลงได้นะคะ)

วันนี้มาเกริ่นคร่าวๆค่ะ มาเพื่อจะบอกว่าการแต่งงานไม่ใช่จุดจบของนิทานเจ้าชายเจ้าหญิงนะคะ แต่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวมากมายมากกว่าค่ะ แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังคราวหน้านะคะ บี๊ บีค่ะ ปล.วันนี้เป็นวันมหาประลัยอะไรก็ไม่รู้ค่ะ ทำอะไรก็ไม่ขึ้น ลูกค้าโทรมาฝากข้อความให้โทรกลับค่ะ พอโทรกลับไปสามตื๊ดลูกค้าไม่รับ จะวางอยู่แล้วลูกค้ารับตื๊ดที่สี่ ได้ยินเสียงร้องไห้ระงมอยู่รอบๆ แนะนำตัวค่ะ ว่าโทรมาจากไหนมีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ ลูกค้าตอบกลับมาด้วยเสียงขัดใจมากลูกค้าตอบมาแปลเป็นไทยได้ว่า "กรูอยู่บนแอมบูแลนซ์ กรูได้รับอุบัติเหตุประมาณครึ่งชม.ที่ผ่านมา ถ้ากรูไม่ตายจะติดต่อกลับไป...ตู๊ดดด"  ....  

2007/Apr/06

กลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่ดิฉันกะลังนอนหลับใหลฝันไปว่าพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ยกขบวนขันหมากมาขอ ทันใดนั้น กริ๊งงงงงงง กริ๊งงง กริ๊งงงงงง โทรศัพท์ดังตื่นจากภวังค์แต่ไม่ได้ใส่ใจจะลุกไปรับเลย เพราะโทรศัพท์ยามวิกาลขนาดนี้มากกว่าเก้าสิบห้าจุดแปดเปอร์เซนต์มันโทรมาแล้วถามหาคนอื่น นอนคุดคู้ต่อไป แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมมันจองเวรไม่เลิกค่ะ เลยต้องฝืนใจลุกไปรับ...

ฉัน : ฮัลโหล

เสียงปลายสายกรอกมาอย่างร้อนรน มันจะเป็นใครไม่ได้นอกจากอีคุณชายสุดยุ่ง

คุณชาย : มี้มี้ !!นอนรึยัง(เป็นชื่อที่อียุ่งเรียกดิชั้นค่ะ คาดว่าในสายตามันดิชั้นคงหน้าคล้ายแมว)

ฉัน: (คิดในใจ อีผีบ้า กรูไม่ได้ทำอาชีพเสริมเป็นยามนะ ป่านนี้จะได้ยังไม่นอน) นอนแล้ว มีอะไรเหรอ

คุณชาย: เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอกคิดถึงอะ

ฉัน: (ตอแหลกันเห็นๆค่ะ น้ำเสียงไม่ได้อินเลิฟเลย ออกจะลุกลี้ลุกลนด้วยซ้ำ) อ่อ เหรอ เออ คุยกันแล้วงั้นไปหลับต่อแล้วนะ (ไสหัวเมิงไปเร็ว เร้วเล้ยยยย กุจะไปฝันถึงพี่ติ๊กต่อ ตะกี๊ฝันถึงสู่ขอ จะไปฝันต่อถึงตอนส่งเข้าห้องหอ อะกึ๋ยๆๆ )

คุณชาย: เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไปคุยกันก่อน นอนไม่หลับอะ (น้ำเสียงร้อนรน เว้าวอน อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน)

ฉัน : มีอะไรรึเปล่า

คุณชาย: อะไร มีอะไร ไม่มี้ (ขึ้นเสียงสูงมากกกระดับโซปราโน่) คิดถึงเฉยๆ แล้วนอนไม่หลับ

ฉัน: แล้วเป็นอะไรทำไมถึงนอนไม่หลับ แล้วนี่หลับไปบ้างแล้วยัง

คุณชาย: หลับแล้ว แต่ตื่นแล้ว แล้วหลับต่อไม่ได้

ฉัน : เป็นอะไรหลับต่อไม่ได้ บอกมาซะดีๆ

คุณชาย: ไม่มีอาไร้ จิง จริ๊งงงงงง คิดถึงอะ คิดถึง ช่วยคุยอะไรก็ได้หน่อยเร็ว

ฉัน : จาให้คุยอาร้ายยยย ง่วงนะเนี่ย ไปนอนนับแกะไป๊ มีอะไรรึเปล่าบอกมาได้นะ ผีหลอกรึไงถึงหลับต่อไม่ได้

คุณชาย : (อึ้งไปเลยค่ะ)

ฉัน: เฮ้ย เป็นอะไร หรือว่าผีหลอกจริงๆ

คุณชาย: (ละล่ำละลัก) เธอ คะ คะ คือ ชั้นไม่รู้ว่าใช่รึเปล่านะ เธออย่าหัวเราะเยาะชั้นนะ แล้วอย่าเล่าให้ใครฟังนะ

ฉัน: (พอได้ยินว่าผีจริงๆ ก็ตะกุยตะกายไปเปิดไฟทั่วบ้านแล้ว) จริงดิ ผีจริงเหรอ เรื่องมันเป็นไง เออๆ สัญญาไม่เล่าให้ใครฟัง (กุพิมพ์อะ คงไม่ผิดสัญญาเนอะ)

คุณชาย: คือว่า ชั้นหลับๆอยู่แล้วทีนี้ มันเหมือนอะไรมาทับ ลุกไม่ได้ ขยับไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ ได้แต่กลอกตาไปมาอะ เพิ่งเคยเป็นครั้งแรกในชีวิตชั้นเลยนะ

ฉัน: เหรอ แล้วไงต่อ เห็นอะไรมั้ย

คุณชาย : ชั้นก็พยายามดิ้นรนไปซักพัก แล้วก็เห็นคล้ายๆมือ เอื้อมมากดไหล่

ฉัน: (นอกจากจะเปิดไฟแล้ว ขณะนี้ได้เปิดวิทยุ และโทรทัศน์ทั่วบ้าน อินยิ่งกว่าเจอซะเอง) แล้วเค้าทำอะไรรึเปล่า

คุณชาย : (หลังจากถ่ายทอดความกลัวมาที่ดิชั้น มันก็สงบไปเยอะเลยค่ะ) คือ งี้ที่ชั้นรีบโทรมาหาเธอ เพราะชั้นรู้สึกว่ามือคล้ายมือเธอ ชั้นรีบโทรมาหาเธอ เพราะชั้นนึกว่าเธอได้รับอันตรายแล้วชั้นสัมผัสได้

ฉัน: (ป้าดดดด!! อีหอกหัก ใครจะหน้าด้านเท่าเมิงไม่มีอีกแล้วในโลกนี้ ปลุกกุตื่น ทำกุกลัว แล้วยังมาทวงบุญคุณ) ตกลงว่าฝันหรือเป็นเรื่องจริง

คุณชาย: ไม่ได้ฝันนะ รู้สึกจริงๆ โอเค ถ้าเธอไม่เป็นอะไร ชั้นก็ดีใจงั้นไปนอนกันได้แล้ว

ฉัน: หยุดเลย ไม่ต้องนงต้องนอนมันแล้ว ชั้นอินไปแล้ว กลัวไปแล้ว นอนต่อไม่ได้แล้ว คุยจนกุหลับคาโทรศัพท์นั่นแหละ ไม่งั้นครั้งหน้ากุจะไม่แค่กดไหล่ แต่จะจับเมิงหักคอซะ!!!

คุณชาย: ป่อยย หย่อย หย่อยยยยยยยย!!!!!

Mourrrrrrrr

Cette fois, jespère que je ne vais pas me faire dire que Je suis CHEAP!!! encore car jai un message pour mon amour adoré???!!! Cest juste pour te dire que jusquà présent, je suis très très bien avec toi (même si tu me connais TROP bien parfois ^_^), mais on sentend super bien pareil, tu sais que je taime gros GROS GROS et jai hâte que notre jour arriveJ

À part de ça, tu pourras toujours me rappeler si joubliais de mettre la dépense de linternet dans mon cahierJ et juste un petit conseil pour toi, essaie de faire les exercices de tes doigts quand taura le temps, comme ça la prochaine fois tu ne vas pas me dire que taurais les doigts en compote ha ha ha !!!

2007/Mar/03

กลับมาแล้วค่า หลังจากประกาศแต่งงานแล้วก็หายตัวไป...อ๊ะๆๆ ไม่ได้ไปแอบคลอด แอบท้อง หรือแอบเบนโลที่ไหนเหมือนที่มีใครพยายามจะยัดเยียดให้เป็นนะค้า...

ก่อนจะเมาท์ต้องขอบคุณทุกๆคำอวยพรจากพี่ๆและเพื่อนๆรวมทั้งเพื่อนร่วมไดทุกคนนะคะ อยากจะบอกว่าซึ้งใจมากจริงๆค่ะ ดิชั้นร้ากกทู้กกกคนค่ะ (มีโบกมือส่งจูบ เหมือนนางสาวสยาม ปากสั่นเล็กน้อยพองาม)ขณะพิมพ์น้ำตาก็ยังคลอเบ้าด้วยความแซ่บในรสชาดเย็นตาโฟที่ได้สูตรมาจากพี่สาวค่ะ อร่อยอีหลีอีหลอจริง จริ๊งงง (อ้าว เป็นซะงั้นไปชิป)

กลับเข้าเรื่องเสียวๆกันต่อค่ะ พี่สาวบอกว่าคนเราเวลาที่ชีวิตจะเปลี่ยน (มันคงจะหมายความว่าเปลี่ยนจากสาวสวยน่ารักเป็นอีแก่ที่แม้แต่แร้งยังไม่กล้าทึ้งน่ะค่ะ!!!) มักจะเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น (ทำไมกรูไม่ถูกรางวัลที่หนึ่ง ทำม้ายยยยยย) ไม่รู้มันไปเอาทฤษฎีที่ว่านี้มาจากไหนค่ะ แต่มันจริงใช้ได้เลย...

เช้าวันเสาร์นู้นๆเลยน่ะค่ะที่เจอกับอีคุณชาย หลังจากไปทำธุระกันเสร็จเรียบร้อย เราก็นัดเจอกับพ่อแม่คุณชายที่มอนทรีอัล แหม นะคะ เข้าเมืองใหญ่ทั้งที อีสุดยุ่งเลยขอเอาเงินเดือนๆแรกไปเจิมซะที่คาสิโน ด้วยลิมิตแปดสิบเหรียญ เล่นอีตู้ห้าเซนต์ เล่นแล้วได้ ได้แล้วเสีย เสียแล้วเล่นใหม่ เพลินจนเวลาร่วงเลยไปห้าทุ่ม ที่สุดก็ได้มาเจ็ดสิบกว่าเหรียญสะกิดอีคุณชายบอกกลับกันเถอะ เพราะใช้เวลาอีกสามชม.กว่า ในการกลับไปที่พัก...

ขับไปซักชั่วโมงกว่าหัวอีคุณชายเริ่มส่าย ตาก็เริ่มจะเล็กกว่าเม็ดกวยจี๊ ชวนทะเลาะกะให้ตื่น มันดันบอกเดี๋ยวนี้ชั้นเป็นคนใหม่แล้วไม่ทะเลาะกับเธอ (สังหรณ์ลึกๆค่ะ ว่ามันจะไปทบต้นทบดอกเอาคืนหลังแต่งงานค่ะ อย่าลืมนะคะ ถ้าอิชั้นไม่อัพบล็อกนานเกินหนึ่งเดือนช่วยแจ้งเบาะแสคนหายกับโปลิซไทยที) พยายามจะเปิดเพลงปลุกให้ตื่น มีสิบสถานี แม่- เปิดเพลงกล่อมให้หลับทั้งสิบสถานี พยายามจะร้องเอง คุณชายบอกหยุดเถอะชั้นเสียสมาธิ..

ในที่สุดดิชั้นเห็นท่าใหม่ไหวแน่ เดี๋ยวได้ไปเกิดใหม่ทั้งคู่ เลยอาสาขับเองค่ะ คุณชายบอกขับดีๆล่ะ มันมีหิมะมันจะลื่นกว่าปกติ สั่งเสียเสร็จมันก็เข้าสู่ห้วงนิทราทันทีค่ะ ช่วงแรกๆที่ขับไป ยังพอมีไฟถนนเป็นระยะๆค่ะ และสองข้างทางจะงามมากในตอนกลางวันค่ะ เพราะจะมีม่านน้ำตกงอกน้ำตกย้อยให้ดูเป็นระยะๆ ดังเช่นในรูป

แต่พอเลยเมืองใหญ่มาเท่านั้นแหละค่ะ นอกจากไฟถนนจะไม่มีแล้ว รถยังไม่มีวิ่งอีกค่ะ แล้วลองจินตนาการดูนะคะ ถนนสามเลนส์ หิมะตกจนไม่รู้ตรงไหนเป็นเลนส์ นาน น้านนนนนน จะเห็นรอยยางซักทีไฟหน้ารถก็ส่องเห็นในระยะไม่เกินห้าสิบเมตร ขับๆแล้วก็งงค่ะ ว่าข้างหน้ามันจะโค้ง มันจะแยก หรือมันจะไปลงเหวที่ไหน แต่อาศัยว่าขับช้าค่ะ ค่อยๆไต่มาเรื่อยๆค่ะ จนในที่สุดเห็นป้ายว่าอีกสิบแปดกิโลเมตรจะถึงเมืองที่เราจะกลับไปพัก ดีใจค่ะ เนื้อเต้นเล็กน้อยพองาม อารามดีใจเท้าซ้ายเลยกดคันเร่งค่ะ ขึ้นไปที่เก้าสิบกิโลเมตรต่อชม.ขับไปอีกซักพัก.... เห็นไฟรถบรรทุกวิบๆ อยู่ข้างหลังค่ะ... ดีใจค่ะ มีเพื่อนร่วมทางแล้ว...

แต่คนขับสิบล้อนี่คงจะจบมาจากสำนักเดียวกันทั่วโลก อีคนขับนี่คงจะเมากระทิงแดงค่ะ ซักพักพี่แกก็ห้อมาติดๆ แล้วก็แซงค่ะ แซงไม่แซงเปล่านะคะ ดันเจือกส่งหิมะที่มันอยู่บนพื้นมาให้อิชั้นด้วย มองอะไรไม่เห็นซีคะ จังหวะนั้นเริ่มกลัวค่ะ เพราะมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลย เลยตัดสินใจเบรกค่ะ .... เบรกบนหิมะ .... นึกภาพตอนเบรกบนพื้นทรายนะคะ ให้ผลลัพธ์เฉกเช่นเดียวกันค่ะ จังหวะเบรก อีคุณชายก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาทันทีค่ะ ตอนนั้นรถเสียการทรงตัวไปแล้วนะคะ ประโยคแรกที่มันพูดคือ เธอทำไรอะ พร้อมกับเอื้อมมือมาหักพวงมาลัย คงจะเป็นเพราะสัญชาตญาณนะคะ มันดันหักถูกทิศ ไม่ถึงสามสิบวินาทีรถเราก็ไปนอนสงบนิ่ง ณ ข้างทางแห่งหนึ่ง...มีภาพประกอบค่ะ


จังหวะนั้นงงค่ะ ทำไรไม่ถูก มันยังเบลอๆอยู่ ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกยังไงดี อีคุณชายมาเขย่าแขน เธอๆ เธอเป็นอะไรมั้ย ไม่รู้จะตอบอะไรค่ะ รู้แต่ว่าตัวดิชั้นไหววัดได้แปดริคเตอร์ ถ้าอยู่เมืองไทยคงโดนจับใบ้หวยไปแล้ว คุณชายบอกไม่เป็นไรๆ แล้วตะลีตะลานออกไปจะดันรถ หลังจากไปพยายามดันหน้าดันหลังอยู่ห้านาที ดิชั้นก็กวักมือเรียกมันขึ้นรถค่ะ หิมะแทบจะถึงบั้นเอว อย่าไปดันให้เสียพลังเลย ...

นั่งกันอยู่ห้านาที โทรศัพท์มือถือสัปปะรังเคของอีคุณชายก็มาใช้ไม่ได้เอาดื้อๆ แต่ยังโชคดีค่ะมีรถบันทุกผ่านมา แทบจะถีบอีคุณชายออกนอกรถ เพราะข้างดิชั้นติดหิมะและต้นสนออกไม่ได้ โห ชีวิตเป็นดั่งเช่นนิยายค่ะ คนขับเหมือนจะขับเลยผ่านไป แต่แล้วก็ตัดสินใจจอด คนขับรถบันทุกโทรไปเรียกให้บริษัทรับลากรถมาลาก แล้วก็ขับจากไป นั่งรอกันไปเกือบยี่สิบนาทีค่ะ แต่นานเหมือนชั่วกับชั่วกัลป์ คนขับรถลากหน้าตาเหมือนด้วงถูกปลุกก็มาช่วยกู้รถเรา ดังที่เห็นในภาพข้างล่างนี้แล

สรุปว่าทั้งรถทั้งคนไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ตังค์ที่ได้มาจากการพนันก็หมดไปกับค่าลากรถ พอรถขึ้นมาได้ ขอบอกขอบใจคุณพี่ด้วงเรียบร้อย ขากลับที่พักคุณชายบอกชั้นขับเองนะ ต่อไปนี้ชั้นคงไม่กล้าง่วงแล้ว ส่วนดิชั้นก็นั่งหัวเราะจนคุณชายนึกว่าเสียสติไปแล้ว แถมมันยังเหน็บค่ะ ว่ารู้สึกเธอจะภูมิใจมากเลยนะ ที่ขับรถเข้าข้างทางได้เนี่ย บอกคุณชายอย่าบ่นมาก ทั้งรถ ทั้งคนไม่เป็นอะไรก็เรียกว่ากินบุญเก่าชาติที่แล้วหมดไปแล้ว ที่ขำเนี่ย ขำความเซอะของตัวเองเว้ย แล้วไม่ขับไปเสยภูเขาอะก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไม่งั้นตื่นอีกทีคงจะได้นัดกันไปแต่งชาติหน้าแน่ๆ... คุณชายหัวเราะกิ๊กกั๊กบอกก็จริงของเธอ ถ้ามากับคนอื่นคงจะเครียดมากกว่านี้ แต่มากะคนบ้าอย่างเธอหายเครียดเร็วดี ... ตกลงมันชมหรือมันด่าคะ ช่วยตอบดิชั้นที...

ปล. รูปงานแต่ง ถ้าไม่ตบกันตายไปข้างนึงก่อนแต่ง สัญญาค่ะว่าจะเอามาให้ยล แต่แนะนำให้เตรียมใจกันล่วงหน้านะค้า มิฉะนั้นอาจเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันค่า